รีวิว Annihilation แดนทำลายล้าง เล่าเรื่องนักชีววิทยาสาวผู้เดินเข้าแดนทำลายล้าง

         รีวิว Annihilation เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่เดินทางในเส้นทางที่ต่างไปจากเดิม หลังจากมีมนุษย์ต่างดาวที่ลงมายังโลกด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและรุกรานและรุกรานจนโลกต้องผนึกกำลังต่อสู้อย่าง ‘วันเอกราช’ ให้กับเหล่าเอเลี่ยนที่มาเยือนเพียงเพื่อพบกับสิ่งมีชีวิต ปัญญาของโลกอย่าง ‘การมาถึง’ แต่คราวนี้มาในสภาพที่คาดไม่ถึง

         หนังเอเลี่ยนในมุมมองใหม่ อารมณ์ใหม่ พวกเขาไม่สื่อสาร ไม่มีเจตนาที่ชัดเจนไม่ได้มา สิ่งที่พวกเขาทำคือค่อย ๆ สร้างอาณาเขตของตนเอง ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในสายรุ้งที่เชิญชวนให้มนุษย์อยากรู้อยากเห็น ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เร่งรีบเลย แต่องค์ประกอบ และการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ที่สลับไปมาระหว่างเวลา และเวลาทำให้คุณอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีหน้า ภาพยนตร์เคลื่อนไหวช้าและสบาย หลายครั้งมันแปลกที่หนังเรื่องนี้มีเรื่องลึกลับเกี่ยวกับไซไฟ แต่ใช้ดนตรีสไตล์อคูสติกคันทรีจนบางทีก็แอบคิดว่า

รีวิว Annihilation

         ถ้าเราดูในโรงหนังที่ทุกอย่างมีจำกัด ให้เราอยู่กับหนังที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นได้ว่ามีอาการง่วงซึมเกิดขึ้น แต่พอดีเราดูทีวีในห้อง ทุกอย่างไม่ได้บีบเรามาก ไม่มีอาการง่วงนอน ภาพยนตร์มีบางช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น ระหว่างเป็นเรื่องราวที่คาดเดายาก ความเซอร์ไพรส์ของผู้ชมมีมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่คาดเดาได้ แม้ว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังคาดเดาไม่ได้

         ในขณะที่หนังดำเนินไป สิ่งที่รู้สึกและเห็นคือ หนังใส่บางแง่มุมเข้าไปอย่างชาญฉลาด หยิบเอาวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับการคิดเชิงปรัชญา สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดของมนุษย์เกิดขึ้นจากเซลล์เดียว เช่นเดียวกับที่สิ่งมีชีวิตแรกเกิดขึ้นบนโลก อะไรแปลกๆ เราจะเรียกมันว่า “มะเร็ง” สิ่งเลวร้ายที่เราอยากกำจัด เราทุกคนรู้ว่าวิวัฒนาการได้สร้างเรา แต่ต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีกว่าเราจะเกิด และสิ่งที่สำคัญคือการกลายพันธุ์

         มีการพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่ทำลายตนเองอยู่เสมอ ในมนุษย์ อาจมาพร้อมกับการดื่ม การสูบบุหรี่ รวมถึงการทำให้ตัวเองอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก ภายใต้ความเครียดหรืออะไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น จากคำพูดของตัวละครบางตัวที่ยังคงถูกบอกเล่าในส่วนอื่นๆ ของเรื่อง

         นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนำเสนอพื้นที่แห่งจินตนาการอีกด้วย พื้นที่บางส่วนภายในอาณาจักรแห่งการทำลายล้างเป็นเหมือนโลกมนุษย์ที่เราเคยรู้จัก แต่เพิ่มบางอย่างเข้าไปจนดูเหมือนดินแดนแฟนตาซีที่มีพื้นฐานมาจากวิทยาศาสตร์ และเติมเต็มด้วยจินตนาการ

         แต่ในความน่าสนใจนั้น หากลองนั่งดูใหม่อีกครั้ง ก็อาจพบว่ามีสิ่งที่น่าสงสัยปะปนอยู่ ทำไมตัวละครตัวนั้นถึงเป็นแบบนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง? ก่อนที่มันจะเปลี่ยนไปในอีกช่วงเวลาหนึ่งเมื่อบางอย่างได้คลี่คลายลง แม้ว่าผมจะยังสงสัยอยู่ว่ายังรู้สึกว่า ถ้าตัวละครตัวนี้ทำ มันก็อาจเป็นเหตุผลให้อีกฝ่ายตัดสินใจดีๆ นั่นก็คือ มันสามารถทำให้เกิดเรื่องราวได้เช่นกัน

         หนังไม่ได้เดาตอนจบที่ยากขนาดนี้ด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ค่อนข้างมากเพราะหนังเรื่องนี้ไปในทิศทางที่บีบตัวเองจนจบเพียงหนึ่งหรือสอง หากสิ่งที่ลอยอยู่ระหว่างนั้นคือข้อความที่หนังต้องการบอกผ่านบางสิ่ง..ที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และจินตนาการ

admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *